Million Ways to Transformers 2
เรื่องมันเริ่มต้นด้วยความ “กระสัน” อยากดูหนังเรื่อง Transformer 2 ครับ เพราะได้ดูภาคแรกแล้วติดตาและยิ่งได้ดูตัวอย่างอีกก็เลยทำให้พลาดเรื่องนี้ไม่ได้จริงๆ ครับ นอกจากนี้เห็นกิตติศัพท์ในจอ IMAX ใน twitter นานล่ะรวมกับความอยากส่วนตัวอีกทางก็เลยเอาฟร่ะ ตัดสินใจไปดูที่ IMAX แล้วกัน
เริ่มแล้ว
เพราะว่าผมไม่ได้อยู่ใกล้ พารากอน อีกอย่างก็ไม่ได้เข้าไปในกรุงเทพฯ บ่อยๆ อยากดูก็อยากดู เลยตัดสินใจจองบัตรผ่านเว็บไซต์ดีกว่าสะดวกดีไม่ต้องเสียค่ารถด้วย สมัครเสร็จเรียบร้อยก็เลยจองบัตรซะเลย รอบ 11:00 วันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน พอวันศุกร์ก็เลยไปรับบัตรที่เคาท์เตอร์ของเว็บไซต์ที่จองไว้เข้าไปประมาณเที่ยงๆ พิมพ์บัตรออกมาเรียบร้อยแล้ว พอพนักงานเขาตรวจบัตรก่อนที่จะยื่นให้เท่านั้นล่ะครับ เรื่องมันก็เลยแดง คนขายบัตรก็บอกกว่ารอบนี้โดนยกเลิกไปแล้วเรียบร้อย เพราะว่ารอบที่ผมจองดันโดนเหมารอบครับ งง เล็กน้อยถึงปานกลาง อ้าวไม่มีใครบอกไรเลย ยืนคุยกับคนขายบัตรอยู่นาน พยายามควบคุมอารมณ์เพราะว่าพี่เขาไม่ได้ผิด คนที่ผินไม่ได้อยู่ตรงนี้ ที่โกรธก็เพราะว่าในใบสมัครให้กรอกทั้ง ชื่อ ที่อยู่ อีเมล์ เบอร์โทรศัพท์ที่ทำงาน มือถือ แล้วทำไมจะยกเลิกไม่เห็นมีเมล์ส่งมาสักฉบับ (เพราะว่าก่อนมานี่ผมเช็คเมล์มาเรียบร้อยแล้ว) พี่แกบอกทางเลือกมาให้ 2 ทางว่าจะเปลี่ยนรอบหรือว่าคืนเงินช่วงโมงนั้นจี๊ดครับแล้วอีกอย่างมานั่งเลือกตอนนี้คงไม่มีอารมณ์แน่นอนก็เลยเลือกคืนเงินดีกว่า เขียนอะไรนิดหน่อยก็ได้เศษกระดาษสำเนาออกมาบอกว่าคืนเงินให้แล้ว จะจ่ายให้ในรอบบิลถัดไป ตอนนั้นอย่างที่บอกจี๊ดมาก เลยของเบอร์ call center ไว้กะว่าทำธุระก่อนแล้วค่อยโทรไปเฉ่งให้เห็นดำเห็นแดงกันหน่อย
กว่าจะซื้อของเสร็จจากเที่ยงก็ปาไปถึง 5 โมงเย็น ถึงที่ทำงานก็เกือบตาย พอถึงโต๊ะผมก็เลยเช็คเมล์ซะหน่อย แล้วก็ตกใจครับ เจอเมล์จากเว็บนั้นส่งมาหาผมได้ 4 ชั่วโมงแล้ว (ผมไปเอาบัตรตอนเที่ยง แล้วมาเช็คเมล์ตอน 5 โมงเย็น แสดงว่าหลังจากผมไปเหวี่ยงคนขายบัตร 1 ชั่วโมงก็มีเมล์ส่งมาแจ้ง) ในเมล์บอกว่าขอยกเลิกหนังรอบที่ว่า ส่วนคนที่ซื้อไปแล้วให้เอาบัตรมาเปลี่ยนจะได้ทั้งผ้าห่ม เปลี่ยนที่นั่งให้สูงขึ้น โบว์ลิง และคาราโอเกะ เออ ก็เลยได้แต่แอบเซ็งครับ เพราะว่าคืนบัตรเรียบร้อยแล้ว เบอร์ call center ที่ได้มาก็เลยไม่รู้จะโทรไปเหวี่ยงเรื่องอะไร ได้แต่แอบเซ็งไปวันๆ
คิดว่าผมหมดความอยากแค่นี้ใช้ไหม ผิดถนัด
ภาค 2 ของความอยาก
รอบนี้คิดไปคิดมา เลือกวันได้เรียบร้อย ก็เลยได้วันที่ถัดออกไปอีก 1 สัปดาเป็นวันที่เสาร์ที่ 4 กรกฎาคม รอบ 11:00 จอง + จ่ายเงินเรียบร้อย มาคิดได้ว่า ต้องกลับบ้านนี่หว่า โอ้ย เลยต้องรีบเปลี่ยนมาเป็นวันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม รอบ 20:00 แทน ที่ต้องรีบเพราะว่าที่นั่งที่อยากเปลี่ยนมันอยู่ตรงกลางแถวบนสุดโซน A เพราะอย่างนั้นมีหวังโดนตัดหน้าไปก่อนแน่นอน เปลี่ยนตั๋วตอนนี้ไม่มีอะไรมาก คนขาย(คนละคนกับที่ไปเหวี่ยงใส่พี่แกคราวก่อนโชคดีมากๆ) แกก็ย้ำแล้วย้ำอีกว่าเปลี่ยนได้ครั้งนี้ครั้งเดียวนะ เปลี่ยนอีกไม่ได้แล้ว ก็รับปากรับคำไป สุดท้ายก็เสียค่าเปลี่ยนไป 40 บาท สบายใจ ได้ตั๋วใหม่มาล่ะ ก่อนกลับก็แวะที่ทำงานเอาตั๋ววางไว้ในลิ้นชักโต๊ะที่ทำงาน กะว่าเอาไว้นี่ดีกว่าจะได้หาง่ายๆ (ตอนนั้นวันอาทิตย์)
5 วันผ่านไป
วันศุกร์แล้ว วันที่ต้องไปดูหนังแล้วซินะ วันนี้รื่นเริงผิดปกติตอนบ่ายไม่เป็นอันทำงานทำการกันเลยทีเดียว :P ถึง 5 โมงเย็น ความเครียดก็มาเยือนเพราะว่าหาบัตรไม่เจอ วรนุสแล้วไงรื้อลิ้นชักออกมาหมดแล้วยังไม่เจอก็ คงเป็นเพราะช่วงกลางสัปดาห์มีจัดของบนโต๊ะนิดหน่อย น่าจะไปตอนนั้นล่ะ หาอยู่แป๋บก็เลยเสี่ยงมาหาต่อที่ห้องดีกว่าอย่างน้อยก็มาเปลี่ยนชุดก่อนดีกว่าไม่อยากใส่ชุดทำงานไปดูหนัง อีกอย่างมันเหม็นแล้วด้วย :P ว่าแล้วก็เลยยืมมอเตอร์ไซต์น้องที่ทำงานไปหอ ขับมาได้แป๋บ เอ่อยางรั่วครับพี่น้อง ยังไม่พ้นรั่วที่ทำงานเลย T-T ก็เลยต้องเข็นรถไปร้านปะยาง 300 เมตรเห็นจะได้ แต่มันเป็น 300 เมตรที่นานพอดู ถึงร้านก็เลยทิ้งรถไว้ แล้วก็รีบไปอาบน้ำที่หอดีกว่า เหงื่อทะลักครับตอนนี้ ระหว่างทางก็เลยคิดว่าไอ้กรณีบัตรหายคงไม่มีผมโก๊ะแบบนี้คนแรกหรอก และโชคดีที่เอา Notebook ติดตัวมาด้วยก็เลยหาเบอร์ call center ถามไปถามมาก็ได้ความว่าต้องไปแจ้งความว่าบัตรหายก่อน แล้วค่อยเอาไปให้ที่เคาท์เตอร์ของเว็บอีกที อ่ะตอนนี้ก็เลยมีทางเลือกแล้วแล้วนึกขึ้นได้ว่าแถวๆ ที่ทำงานมี สน. ที่รับเรื่องเบื้องต้นได้ (เรื่องเอกสาร) เข้าไปพี่เจ้าหน้าที่แกก็ไม่แน่ใจว่าจะรับได้หรือเปล่าเพราะว่าไม่ได้เข้าเวรแล้ว (ตอนนั้น 18:00 เห็นว่าพี่แกไม่ได้เป็นตำรวจ เหมือนจะเป็นอาสาฯ ที่รับมอบอำนาจมาอีกที) พอบอกว่าจะแจ้งเรื่องตั๋วหนังพี่แกก็แทบจะกรี๊ด แล้วบอกว่าพี่รับฯ ครับน้องต้องเป็นพนักงานสอบสวน (หรืออะไรทำนองนี้จำไม่ได้เหมือนกันครับ ตอนนั้นหูอื้อมาก T-T) ถึงจะทำได้ ต้องไป โน้น นี่ นั่น (บอกว่ามีที่ไหนใกล้ๆ บ้าง) คิดไปคิดมาโอ้ยแต่ล่ะที่ไม่ดีกว่าเพราะถ้าไปเดินเรื่องแถวนี้พาจะช้าเอาเปล่าๆ เลยตัดสินใจไปตายเอาดาบหน้าแถวพารากอนดีกว่า ว่าแล้วก็เลยหารถตู้ไป BTS แล้วค่อยต่อไปพารากอน จากนั้นค่อยหาทางไป สน. ใกล้ๆ เอาดีกว่า แต่ก็ต้องมานั่งเครียดอีกรอบเพราะว่าวันนั้นเป็นวันศุกร์ก่อนหยุดยาว เพราะฉะนั้นก็เลยคนเยอะ+รถติดครับ กว่าจะถึงสถานีสยามฯ ก็ 19:35
ลงมาจาก BTS ก็จัดแจงถามตำรวจเลยครับผมรู้จักคนเยอะอยู่แล้ว (แต่เขาไม่รู้จักผมนะ :P) ถามว่า สน.ปทุมวันไปทางไหน พี่ตำรวจแกอธิบายเหมือนใกล้ๆ บอกให้เดินมาสุดกำแพงสนามศุภฯ ซอยแรกสุดซอยเลย เอออยากจะบอกว่าลงจากสถานีสนามกีฬาแห่งชาติแล้วเดินมาสุดกำแพงนี่ก็เหงื่อโชกแล้วเลยตัดสินใจนั่งมอเตอร์ไซต์จากปากซอยมาดีกว่า กว่าจะถึงก็โดนไปซะ 20 (อันนี้ไกลจริงๆ ครับขอบอก)
ไปถึง สน. ก็คนแจ้งความเอกสารหายอยู่ก่อนแล้วเห็นคุยกับพี่ ตร. เป็นเสียงในฟิล์มซะด้วย รออยู่ 5 นาทีได้ก็ถึงคิวผมล่ะครับคุยกันแป๋บก็พี่ ตร. ก็จัดแจงเขียนให้ถามว่ามายังไง รอบไหน (ตอนนั้น 20:13 เห็นจะได้ เพราะว่ามีนาฬิกาเรื่อนเบ้อเริ่มอยู่ข้างหน้าโต๊ะ) สุดท้ายพี่เขาเห็นใจครับ ไม่เอาค่าแจ้งความ (ปกติต้องเสีย 20 บาท) อันนี้ก็ต้องขอบคุณพี่ตำรวจ (ร.ต.ท. สิทธิเดช หาญจริง สน.ปทุมวัน) มา ณ ที่นี้ด้วยครับ :D
ได้เอกสารมาเรียบร้อย (20:20) ก็เลยต้องรีบกลับไปพารากอนล่ะครับ ไอ้ครั้นจะย้อนกลับไปทางเดิมที่นั่งมอเตอร์ไซต์เข้ามาก็ใช่ที่เลยเดินออกไปเรียกแท็กซี่อีกทางดีกว่า ไม่รู้เหมือนกันครับว่าถนนอะไร แต่แผ่นที่เท่าที่มีในหัว มันน่าจะลากไปถึงพารากอนได้ไม่ยาก พอขึ้นแท็กซี่แล้วบอกว่าไปพารากอนพี่คนขับก็เลยถอนหายใจทีหนึ่งแล้วบอกว่าถ้าเข้าไปในพารากอนเลยมันติดไฟแดงหลายรอบ นานแน่ๆ เดี๋ยวพี่ส่งน้องตรงสยามดีกว่า เอาครับว่าไงว่าตามกันตอนนี้ก็ไม่ห่วงอะไรแล้ว ตอนนั้นหวังแค่ว่าไปให้ทันก่อน 21:00 แล้วกันครับ ระหว่างทางรถติดนิดหน่อยพอขยับได้แบบกระดื๊บๆ ถามพี่คนขับแกบอกว่าเป็นปกติของเวลานี่แถวๆ นี้ เฮอะๆ ก็ไม่รู้นี่ครับผมคนบ้านนอกไม่เคยเข้ามาช่วงนี้สักที (ปล. รถคันนี้สีแดง)
ในที่สุดก็ถึงพารากอนแล้ว (20:40) ตอนนี้ที่ทำได้อย่างเดียวก็คือรีบเดินๆ แล้วก็ขึ้นไปขอความเห็นใจกับที่เคาท์เตอร์ให้มากที่สุดเท่าที่หน้าตาจะอำนวย ผมเลือกขึ้นลิฟต์ครับเพราะว่าบันไดเลื่อนในห้าง(ทุกห้าง) จะออกแบบมาเพื่อกระชากเงินในกระเป๋ามากกว่า เพราะจะทำให้คนใช้บันไดเลื่อนมองเห็นร้านค้าในห้างให้ทั่วๆ แล้วยิ่งบันไดเลื่อนที่พารากอนด้วย จะซับซ้อนซ้อนเงื่อนเพื่อนทรยศกันถึงไหน ลิฟต์เลยเป็นวิธีการเดินทางจากชั้น 1 ไปถึง ชั้น 5 ได้เร็วที่สุด พอถึงชั้น 5 ก็เลิกลั่กหาเคาท์เตอร์นิดหน่อยเพราะว่ามันเป็นไปอยู่ซะในซอกหลึบไม่ได้ให้สังเกตุง่ายเท่าไหร่ เข้าไปที่เคาท์เตอร์ (20:47) ก็คุยอยู่กับพี่เขาสักแป๋บตอนแรกพี่แกบอกว่าไม่มีข้อมูล แต่พอค้นไปค้นมาก็ได้ออกมา แล้วบอกว่า ถ้าบัตรหายเราไม่ออกให้นะ ต้องไปติดต่อที่ box office ของ IMAX อีกที ก็รีบครับตรงนี้ไม่มีอะไรมากเพราะว่าคุยกับทางโน้นมาแล้้วเรียบร้อยอีกทั้งเขียนข้อมูลมาให้แล้ว (เขียนในรายงานบันทึกประจำวันนั่นล่ะ) ทาง box office ก็เลยจัดแจงออกบัตรให้ใหม่เป็นบััตรใบเล็กๆ ยังถามอีกนะครับว่าจะให้เลื่อนรอบให้ไหม เพราะว่าหนังมันเลยไปแล้ว ผมเลยบอกว่าไม่ดีกว่าเพราะรอบหน้าคือ 23:00 กว่าหนังจะจบคงหารถกลับยากแล้ว พี่แกก็เลยจัดแจงใช้ปากกาเขียนบัตรให้ แล้วก็บอกว่าให้เอาไปยื่นหน้าโรงได้เลย (20:57) ในที่สุดก็เรื่องตั๋วก็เรียบร้อยแล้ว ก่อนเข้าโรงก็แวะเข้าห้องน้ำก่อน เพราะยังไงก็สายจนป่านนี้แล้ว แวะอีกแป๋บคงไม่ได้พลาดฉากสำคัญอะไรมากหรอก
เริ่มตรงฉากที่หุ่นตามไปยิงในห้องสมุดเลย
ในที่สุดก็ได้นั่งเก้าอี้ตัวที่จองไว้ซะที
เหนื่อยมากวันนั้น แต่ได้ดูหนังก็โอเคครับ คุ้มค่าๆ :)
ปล. ที่นั่ง IMAX ลำบากมาก เพราะเก้าอี้แต่ล่ะชั้นจะวางชิดกัน ทำให้เหยียดขาไม่ได้ แถมบันไดขึ้นลงชันอีกต่างหาก คิดอยู่ว่าถ้าไฟไหม้จะหนีกันยังไง ทางออกมันมีอยู่ 2 ทางคือ ด้านขวาบน และขวาล่าง คงมีทั้งที่หนีไม่ทันเพราะว่าที่นั่งแคบ และผลัดตกบันไดลงมาบาดเจ็บแน่นอน

July 14th, 2009 at 13:42
โอ้โห ซวยได้อีกนะเนี่ย :(
July 24th, 2009 at 13:53
ซวยซ้ำ ซวยซ้อน ซวยซ้อนเงื่อนกันเลยทีเดียวครับ :P